ชาคริต เปิดปากแล้ว เคลียร์ทุกเรื่อง หลังหย่า วุ้นเส้น พร้อมตอบ เคยตบตีกันจริงไหม


ชาคริต วุ้นเส้น อัพเดทข่าวโซเชียลกับ 1000TIPsIT ชาคริต แย้มนาม เปิดใจเต็มที่หลังหย่า วุ้นเส้น วุริฒิพา ไร้ปัญหามือที่สาม และการทำร้ายร่างกาย แจงภาพคู่สาว แค่รุ่นน้องที่รู้จัก หลังจากที่ ชาคริต แย้มนาม ได้หย่าขาดกับ วุ้นเส้น วิริฒิพา แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่มีโอกาสพูดถึงเรื่องนี้แบบจริง ๆ จัง ๆ จนล่าสุด ( 24 ธันวาคม 2559) ชาคริตได้ออกมาเปิดใจแบบเต็มที่ ตอบทุกคำถามเป็นครั้งแรก ท่ามกลางกระแสข่าวลือต่าง ๆ นานา ทั้งเรื่องของมือที่สาม และการทำร้ายร่างกายกัน

ชาคริต แย้มนาม

ถามถึงเรื่องหย่า

ชาคริต : สาเหตุด้วยเรื่องงานด้วยเวลาหลายอย่าง ภาระที่ต้องรับผิดชอบ หลายอย่างอาจจะตะกุกตะกักบ้าง เขาอาจจะมีอะไรทำหลายอย่าง คุณแม่ป่วยต้องรักษาด้วย ก็หนักทั้งคู่ เรื่องหย่าคุยกันเรื่อย ๆ ประมาณปีหนึ่งแล้ว เราก็พยายามประคับประคอง แต่ด้วยทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็ทำให้ทุกอย่างยากขึ้น ก็ตกลงคุยกันเป็นเรื่องของเราสองคน เราก็เข้าใจตรงกัน แต่ถามว่ายังรักไหม แน่นอนครับ จากกันด้วยดีครับ ทำธุรกิจด้วยกัน เรื่องปกติ

ความรู้สึกของเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกหวิว ๆ ไหม ?

ชาคริต : หวิวอยู่แล้วครับ ก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นห่วง มันไม่ใช่เรื่องที่ปุ๊บปั๊บ ไม่ได้หรอกครับ เขาอยู่ในใจเราตลอด ก็ค่อย ๆ ปรับครับ ก็ยังมีคุยกันครับ เฮิร์ทไหม ก็ทั้งคู่แหละครับ มันเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น โชคดีที่ทุกอย่างเราเข้าใจ เราทำเต็มที่ของเราแล้ว เราไม่ได้ทิ้งไปโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย เราก็พยายามรักษาทุกอย่างเอาไว้ คงเหมือนเป็นจุดพอสไว้สักพักไหม ไม่รู้อนาคตค่อยว่ากัน เขาเองก็ทำงานหนัก ผมเองก็สมองจะแตกอยู่แล้ว

ข่าว ชาคริต วุ้นเส้น

จะมีโอกาสกลับมาคุยกันอีกรอบไหม ?

ชาคริต : มันไม่ได้เป็นเรื่องของความร้ายแรง ทุกอย่างมันโอเค บางครั้งมันไม่ใช่เรื่องของกระดาษแผ่นหนึ่ง มันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า ผมแฮปปี้ที่เรามีความรัก มีความรู้สึกที่บริสุทธิ์ให้กัน ผมว่าตรงนั้นเป็นความรู้สึกที่สำคัญที่สุดครับ ไม่ใช่ว่าอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่ต่างคนต่างทำงาน มันไม่ได้มีชีวิตที่ไปทางเดียวกัน ผมเองก็ต้องทำอะไรหลายอย่าง บางทีผมก็รู้สึกไม่แฟร์นะที่เขาต้องการเวลา อยากจะไปเที่ยว เพราะผมไปไม่ได้ต้องดูร้าน ทำงาน ถ่ายละคร ต้องหาวันไปดูแม่ บางวันทำงานป่วยก็ไปหาแม่ไม่ได้ ก็เครียดอีก สภาวะผมก็ยุ่งเหยิงมากกับแบ่งเวลา แต่สุดท้ายไม่ได้เป็นความรู้สึกที่ทะเลาะกันหรือเกลียดกัน แต่คงเป็นเรื่องของเส้นทางกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิทธิความรับผิดชอบมากกว่า

มันมีเรื่องข่าวที่บอกว่าทำร้ายร่างกายกันออกมาด้วย ?

ชาคริต : จะบ้าเหรอ ก็เขียนกันอยู่นั่น น้องเขาก็ตอบ บางครั้งก็เขียนว่าไปกินข้าว ก็งงเหมือนกัน ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชีวิตเจอแบบนี้ เดี๋ยวนี้เราอาจจะไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนนะ เราแคร์คนที่เรารู้จักพอ แต่ตอนนี้พอคุณแม่ป่วย เราไม่อยากให้อะไรไปกระทบ บางที่เราเองก็เซนซิทีฟอ่อนแอเหมือนกัน ก็ดีครับ มันเป็นการฝึกตัวเองให้เข้มแข็ง มือที่สามไม่มีครับ มันเร็วเกินไป มันไม่มีทางจะมีใครหรอกครับ และไม่คิดด้วย คุณแม่ผมป่วยครับ เส้นเลือดในสมองตีบ ท่านพูดไม่ได้ครับ ท่านมีความรับรู้กับปัจจุบันครับ พูดก็แล้วแต่ละวันเป็นคำสั้น ๆ ครับ ก็ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป เรื่องธุรกิจก็ยังมีครับ ยังคุยอยู่ครับ เมื่อเช้าก็คุย คนลุ้นให้กลับมา ก็ยังมีคุยกันอยู่ คิดถึงกัน เจอกันก็กอดกัน

มีภาพออกมากับสาวคนจับตามอง ?

ชาคริต : รุ่นน้องครับ เขามากินข้าวที่ร้าน ผมถ่ายรูปกับคนเยอะมากนะครับ ช่วงนี้ผมหล่อมากเลยครับ กับ โบวี่ นี่ยิ่งแล้วเลยครับ ขำมาก รุ่นพี่ผมส่งมาให้จากนิวยอร์กเลยครับ ก็ขำ ๆ ไปครับ ก็อย่างที่บอกว่าทำอะไรไม่ได้ ก็ให้เวลามันผ่านไปครับ คนที่รู้จักเราเขาจะรู้ว่าเราทำอะไรครับ แต่บางคนที่เขาคอมเมนต์มาเราก็ไม่รู้จักเขาเนอะ ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน วุ้นเขาไม่ได้ถามอยู่แล้วครับ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าผมเป็นคนยังไง รู้จักนิสัยผมอยู่แล้ว ถ้าเป็นเรื่องอนาคตที่เขาบอกว่าถ้าผมมีใครเป็นสิทธิของผม ผมก็พูดได้เหมือนกันว่าถ้าเขาจะมีใครก็เป็นสิทธิของเขา ผมพูดตามหลักของสถานะ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ผมจะมานั่งไขว่คว้ามานั่งคิด เขาก็เหมือนกันเขาคงจะทำงานคงอยากจะพักผ่อน ผมสองคนก็ไม่ใช่คนที่หมกมุ่นต้องมีแฟนตลอดเวลา ขอใช้เวลาสิ่งที่รับผิดชอบตอนนี้ดีกว่า ไม่มีสาวคุยครับ ผมก็เป็นคนมีเพื่อนครับ

เรียกว่ายังรอวุ้นเส้นไหม ?

ชาคริต : สำหรับผมเขาไม่เคยหายไปไหนนะ เขาก็ยังอยู่ เขาไม่ได้หนีไปไหนสักหน่อย ผมว่าผมโชคดีนะ ที่ผมกับเขาได้รู้จักกัน ได้รักกัน ที่มา – kapook



Author : admin

Teepakorn Marangsri ด้วยความหลงไหลในโลกไอที เพื่อพี่น้องได้รับข่าวสารไอทีอย่างครบถ้วน ไม่ได้อวดเก่ง แต่ผมมีความสุข เมื่อได้เผยแพร่ความรู้ ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แสดงความคิดเห็น