10 วิธี ประหยัดแบตเตอรี่ iPhone และ ทำให้ iPhone เร็วขึ้น อย่างเห็นได้ชัด

ประหยัดแบตเตอรี่ iPhone อัพเดททิปไอทีกับ 1000TIPsIT อีกหนึ่งปัญหาหลักของผู้ใช้งาน iPhone ทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหม่สุดอย่าง iPhone 6s ก็ยังมีปัญหาเรื่องแบบนี้เช่นเดียวกัน หรือแม้แต่ iPhone รุ่นเก่าหน่อย อย่าง iPhone 4 ก็เช่นเดียวกัน และสิ่งที่ผู้ใช้งาน iPhone ต้องการมากที่สุด เห็นทีจะเป็นการทำงานที่รวดเร็ว และประหยัดแบตเตอรี่ใช้งานได้หลายวัน แม้ว่า iPhone จะไม่มีปัญหาด้านประมวลผลสักเท่าใด แต่สิ่งที่มักจะเป็นปัญหา นั่นก็คือ แบตเตอรี่หมดไว และต้องพก Power Bank ข้างกายตลอด

วันนี้เรามีทีปไอทีเกี่ยวกับ 10 วิธี ประหยัดแบตเตอรี่ iPhone และ ทำให้ iPhone เร็วขึ้น มาฝากครับ จะช้าอยู่ทำไม ไปทำตามกันเลยครับ

เคลียร์แรม iPhone

วิธีทำให้ iPhone ทำงานเร็วขึ้น ด้วยวิธี เคลียร์แรม iPhone, iPad (Clear Ram iPhone)

  • กดปุ่ม Power แช่ไว้ 3 วินาที จนมีปุ่มให้ Slide to Power Off
  • แต่เราไม่ต้องปิดเครื่อง ให้ปล่อยปุ่ม Power ออก (ค้างที่หน้าจอ Slide to Power Off ไว้)
  • แล้วกดไปที่ปุ่ม Home แช่ไว้อีก 5 วินาที
  • รอจนกว่าหน้าจอเด้งกลับมาที่หน้า Home อีกครั้งนึง

เพียงเท่านี้ iPhone ก็จะมีแรมที่พร้อมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว โดยไม่ต้องเสียเวลาปิด-เปิดเครื่องใหม่เลย

เคลียร์ Cache iPhone

เคลียร์ Cache iPhone

แอพต่างๆที่เราใช้งานอยู่เป็นประจำ มีการเก็บ Cache ไว้เป็นจำนวนมาก จะส่งผลทำให้ตัวเครื่องช้าลง ซึ่งวิธีการเคลียร์ Cache บน iPhone ก็ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่เปิดแอพ ที่ต้องการ แล้วแท็บที่ไอคอนอะไรก็ได้ ที่อยู่ด้านล่างหน้าจอ ทั้งหมด 10 ครั้ง พอครบแล้ว หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีขาวซักครู่หนึ่ง และกลับมาเป็นหน้าจอเดิม แต่ว่า วิธีการเคลียร์ Cache นี้ รองรับเฉพาะบางแอพเท่านั้น ซึ่งได้แก่ iTunes, iBooks, App Store และ Apple Watch

ตั้งให้ลบข้อความเก่า ๆ อัตโนมัติ Keep Messages

ตั้งให้ลบข้อความเก่า ๆ อัตโนมัติ Keep Messages

การมีข้อความล้นเครื่องจะทำให้แอพฯ Messages และเครื่องทำงานช้า สามารถเช็กจำนวนข้อความได้ที่ Visit Settings > General > Storage & iCloud Usage > Manage Storage ซึ่งผู้ที่ไม่เคยลบข้อความเลยอาจพบว่ามีข้อความกินพื้นที่ไปหลาย GB เลยทีเดียว โดยสามารถตั้งค่าให้ลบข้อความอัตโนมัติได้ที่  Settings > Messages > Keep Messages เปลี่ยนจาก Forever เป็น 30 วัน หรือ 1 ปี แทน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนครับ

ปิด Reduce Motion ลดการเคลื่อนไหว

Reduce Motion ลดการเคลื่อนไหว

การเข้า และออกเมนูจะไม่เป็นแบบซูมเข้าออกแล้ว ให้ความรู้สึกที่เร็วมากขึ้นจริงๆ วิธีนี้ทำแล้วลองเลยเห็นผลแน่นอน ทดสอบแล้ว ให้เข้าไปที่เมนู การตั้งค่า (Settings )> ทั่วไป (General )> การช่วยการเข้าถึง (Accessibility )> ลดการเคลื่อนไหว (Reduce Motion)> เปิด (On)

ปิด Background App Refresh ดึงข้อมูลใหม่ให้แอพอยู่เบื้องหลัง

ปิด Background App Refresh

การปิด Background App Refresh ไม่เพียงแต่เครื่องเร็วขึ้น และประหยัดแบต อีกทั้งยังทำให้ประหยัด data 3G/4G ได้อีกด้วย ให้เข้าไปที่เมนู การตั้งค่า (Settings)> ทั่วไป (General)> ดึงข้อมูลใหม่ให้แอพอยู่เบื้องหลัง (Background App Refresh)> ปิด (Off)

เปิดใช้งาน Wi-Fi Assist

เปิดใช้งาน Wi-Fi Assist

การเปิด Wi-Fi Assist จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ โดยระบบจะสลับจาก Wi-Fi ไปใช้ 3G หรือ 4G เมื่อสัญญาณ Wi-Fi อ่อน แต่อาจต้องแลกมาด้วยการเสียค่าบริการเพิ่ม สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Cellular และเลือกเปิด Wi-Fi Assist

เปิดการใช้งาน Low Power Mode

เปิดการใช้งาน Low Power Mode

ใครว่า iPhone ไม่มีโหมดประหยัดพลังงาน ซึ่งบน iOS 9 ได้เพิ่มโหมด Lower Power Mode เข้ามา โดยจะปรากฏข้อความให้เปิดใช้งานโหมดดังกล่าว ในกรณีที่แบตเตอรี่เหลือน้อยกว่า 20% และ 10% ซึ่งผู้ใช้ที่จำเป็นต้องอยู่นอกบ้านเป็นเวลานานๆ และไม่มี Power Bank ติดตัว ควรจะเปิดโหมดนี้ไว้ เนื่องจากทำให้สามารถใช้งานได้ต่ออีกหลายชั่วโมง ด้วยการปิดฟังก์ชันการทำงานบางอย่างที่ไม่จำเป็น

ปรับการตั้งค่า Location

ปรับการตั้งค่า Location

แอพพลิเคชันรายงานสภาพอากาศส่วนใหญ่ มักจะมีการใช้ข้อมูลพิกัดเพื่อตรวจสอบหาตำแหน่ง และจะทำงานแบบเบื้องหลัง (Background) ทำให้ผู้ใช้ไม่ทราบเลยว่า มีการเปิดใช้งาน และสิ้นเปลืองแบตเตอรี่ แต่เราสามารถปรับการตั้งค่าได้ ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Privacy > Location Services ด้วยการตั้งค่าว่า จะให้ใช้งานพิกัดตลอดเวลา หรือใช้ก็ต่อเมื่อมีการเข้าไปใช้งานแอพ นั้นๆ เป็นต้น

ปิดระบบติดตามพิกัดของ iPhone

ปกติแล้ว iPhone จะมีการติดตาม (Tracking) การเคลื่อนไหวของผู้ใช้ และบันทึกข้อมูลสถานที่ต่างๆ ที่ไป แต่ถ้าหากไม่ต้องการให้ถูกติดตาม สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Privacy > Location Services และให้ปิดการทำงานของ Frequent Locations

ปิดฟีเจอร์ Product Improvement

Product Improvement

วิธีนี้ จะเป็นการส่ง feedback กลับไปยัง Apple เพื่อให้มีการปรับปรุง และพัฒนา แต่ก็เป็นวิธีที่สิ้นเปลืองแบตเตอรี่เช่นกัน สามารถปิดการใช้งานได้ ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Privacy ในส่วนของ Diagnostics & Usage ให้เลือก Don’t Send



เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Author : TMarangsri

Teepakorn Marangsri ด้วยความหลงไหลในโลกไอที เพื่อพี่น้องได้รับข่าวสารไอทีอย่างครบถ้วน ไม่ได้อวดเก่ง แต่ผมมีความสุข เมื่อได้เผยแพร่ความรู้ ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้

แสดงความคิดเห็น